ของดีอย่าทิ้ง! มหัศจรรย์ “น้ำซาวข้าว” มีประโยชน์มากกว่าที่คิด รู้แล้วบอกเลยอย่าทิ้ง!

ทุกครั้งที่เราหุงข้าว ‘น้ำซาวข้าว’ ที่เหลือก็จะถูกเททิ้งไปอย่างไร้ค่า แต่รู้ไหมว่าการกระทำเช่นนี้ ถือเป็นการทิ้งคุณประโยชน์ลงท่อไปอย่างน่าเสียดาย จะดีกว่าไหม…ถ้าเราสามารถดึงประโยชน์ที่แอบซ่อนอยู่ภายในของน้ำซาวข้าวออกมาได้ ว่าแต่ประโยชน์ที่ว่านี้มีอะไรบ้าง น่าสนใจมากแค่ไหน ตามมาหาคำตอบกันเลยค่ะ คุณประโยชน์ของน้ำซาวข้าว น้ำซาวข้าว เป็นน้ำที่ได้จากการล้างข้าวก่อนนำไปหุง ซึ่งโดยปกติแล้วจะล้างข้าวไม่เกิน 1-2 ครั้ง ซึ่งการล้างข้าวทำให้สารอาหารบางอย่างหลุดออกมาอยู่ในน้ำ แต่น่าเสียดายที่เรามักจะเทน้ำซาวข้าวนี้ทิ้งไป จะดีกว่ามั๊ย…ถ้าเราสามารถดึงเอาประโยชน์ที่ว่านี้ออกมาได้ เพราะในน้ำซาวข้าวเป็นแหล่งสะสมของสารอาหารมากมาย ดังต่อไปนี้ – วิตามินบี 3 มีส่วนช่วยในการทำลายพิษ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด – วิตามินบี 2 มีส่วนช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด – วิตามินบี 1 มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร หัวใจ และกล้ามเนื้อ ด้วยสารอาหารที่กล่าวมานี้จึงทำให้ “น้ำซาวข้าว” ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1. น้ำซาวข้าวช่วยให้หน้าใส การนำน้ำซาวข้าวที่สะอาด ซึ่งถ้าจะให้ดีควรเป็นน้ำซาวครั้งที่ 2 มาชำระล้างใบหน้าเป็นประจำทุกเช้าเย็น จะมีผลให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นกับใบหน้าคุณได้ เพราะน้ำซาวข้าวจะช่วยรักษาสิวฝ้า ขจัดความมัน ลดสิว ทำให้ผิวหน้าขาวนวล นุ่ม ขึ้นได้แน่นอน 2. น้ำซาวข้าวช่วยให้มือนุ่ม เวลาที่คุณแช่มือในน้ำซาวข้าวเพื่อทำความสะอาดเมล็ดข้าว เมล็ดข้าวและน้ำซาวข้าวจะช่วยทำให้มือของคุณนุ่มนวลขึ้นได้ เห็นได้จากบรรดาสาวญี่ปุ่นอายุมากที่มักจะมีมือนุ่มและเต่งตึงเหมือนผิวสาวๆ เนื่องจากซาวข้าวหรือทำข้าวปั้นอยู่บ่อยครั้ง 3.

คุณหมอสุดแกร่ง! “ข้าวจี่โรยเกลือ” คือ อาหารที่ดีที่สุด จากเด็กบ้านนอกสู่นักศึกษาแพทย์ เกียรตินิยม

ใครที่กำลังหมดกำลังใจหรือกำลังหมดหนทางเราอยากให้ทุกคนมาลองอ่าเนรื่องนี้กันสักหน่อยคะ และนี้เป็นเรื่องราวที่เมื่อได้อ่านแล้ว หลายคนคงมีกำลังใจ ฮึดสู้ชีวิตอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องราวชีวิตของบัณฑิตแพทย์ ม.อุบลฯ “สายสุดา ขวัญเพชร” หมอแกร่งสู้ชีวิต!! จากชีวิตเด็กบ้านนอกที่มาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่อาชีพรับจ้างรายวันที่ทำงานหนักจนขาพิการเดินลำบาก หวังเติมเต็มอนาคตลูกได้เรียนหนังสือให้สูงที่สุด ข้าวจี่โรยเกลือ ไข่ต้ม ไข่เจียว ปลากระป๋อง คืออาหารดีสุดที่ทานในวัยเด็ก ก่อนเดินเท้าไปโรงเรียนระยะทางกว่า 5 กม.ทุกวัน แม้ชีวิตจะลำบากแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ยิ่งทำให้เธอตั้งขยัน อดทน พยายามมากกว่าคนอื่นหลายร้อยเท่า พร้อมก้าวเดินสู่ฝันเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ของตน คืออยากเป็น “หมอ” ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจในการมุ่งสู่ฝัน ประกอบกับการมีกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ คิดดีทำดีมาโดยตลอด จึงส่งผลให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง สามารถก้าวสู้ฝันได้สำเร็จนั่นคือสอบติดแพทย์ ม.อุบลฯ ท่านกลางความดีใจของครอบครัว แม้จะต้องสูญเสียที่ดินนาสวนขายเป็นค่าเทอมจนไม่เหลืออะไร จนในที่สุด สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ยื่นมือมาช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาแบ่งเบาภาระครอบครัวจบ และสามารถคว้าเกียรตินิยม อันดับ2 ผลการเรียน 3.27“แพทย์ฯรุ่น 5 ม.อุบลฯ” ซึ่งเธอเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ปีการศึกษา 2558ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา แพทย์หญิงสายสุดา ขวัญเพชร

เลิกดื่มก่อนสาย! แพทย์เตือน! ถ้ากินบ่อย ๆ เสี่ยงกระดูกพรุนและเป็นอัมพาตตลอดชีวิต

ใครที่คิดว่าตอนนี้กระดูกขแงตัวเองมีปัญหาลองมาอ่านบทความนี้กันก่อนเลยคะ นายหวัง ชายจีน อายุ 53 ปี เมื่อไม่นานมานี้ขณะกำลังเงยหัวดื่มน้ำอัดลมรสโคล่าเกิดเป็นอัมพาตกระทันหัน แขนขาไม่มี เรี่ยวแรง หลังรับการผ่าตัดหมอให้พักผ่อนครึ่งปี ถึงจะสามารถเดินได้ปกติ คุณหมอระบุว่าเป็น “โรคเส้นประสาทไข สันหลังส่วนคอเสื่อม” เป็นโรคที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง สาเหตุที่แท้จริงคือ นายหวังได้ดื่มเครื่องดื่มอัดลมแทนน้ำ ทำให้เป็น โรคกระดูกพรุนรุนแรง นายหวังเป็นคนชอบดื่มเครื่องดื่มอัดลมมาก โดยเฉพาะน้ำอัดลมรสโคล่าที่ดื่ม 2 กระป๋องมาตลอด 20 ปี นายหวังได้กล่าว ว่า “วันนั้นนั่งคุยกับเพื่อน หลังจากนั้นก็ยกน้ำอัดลมรสโคล่าเงยหัวขึ้นดื่ม หลังจากนั้นก็รู้สึกผิดปกติ” เมื่อดื่มเข้าไป แล้ว นายหวังรู้สึกแน่นหน้าอกอยากอาเจียน และร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ล้มลงกับพื้น และไม่รู้สึกอะไรแล้วหลังจาก นั้น การดื่มเครื่องดื่มอัดลมจำนวนมาก จะทำให้มีผลกระทบไม่ดีต่อร่างกายอย่างมาก ส่งผลให้เป็นโรคกระดูกพรุนนายหวังถูก เพื่อนนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที หลังจากตรวจเช็คแล้วพบว่า กระดูกสันหลังบริเวณคอสั่น ทำให้สมองมีเลือดออก หมอกระดูกยังบอกอีกว่า “เมื่อกี้ตรวจเช็คแล้วขาทั้งสอข้างไม่สามารถขยับได้ มีเพียงแค่แขนสองข้างที่สามารถยกขึ้นมา ได้นิดหน่อย” หลังเอ็กซเรย์พบว่า กระดูกที่คอบางจุดหัก มีความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตทั้งตัวสูงมาก ต้องผ่าตัดโดยด่วน คุณหมอยังกล่าวอีกว่า การเงยหัวบ่อยๆไม่ได้ทำให้มีอาการเหล่านี้ได้ แต่เนื่องจากนายหวังดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆ

แชร์เก็บไว้ สูตรน้ำกระเจี๊ยบเขียว ดื่มแก้โรคเบาหวาน ลดคอเลสเตอรอล ได้ผลดีมาก

ใครจะรู็ไหมว่า สิ่งที่อยู๋ใกล้เราที่เรานั้นมักจะไม่ให้ความสนใจ อาจเป็นยาชั้นดีต่อสุขถาพของเราก็ได้นะคะ กระเจี๊ยบ เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการมาก มาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา มันสามารถช่วยรักษาโรคเบาหวาน หอบหืด คอเลสเตอรอล และโรคไต สมุนไพรชนิดนี้ มีคุณค่าทางโภชนาการมาก กระเจี๊ยบเพียง 1 ถ้วย มี 33 แคลอรี่ วิตามิน C 21 มิลลิกรัม ไฟเบอร์ 3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7.6 กรัม โปรตีน 2 กรัม ไขมันประมาณ 0.2 กรัม กรดโฟลิก 80 ไมโครกรัม โพแทสเซียม คลอไรด์299 กรัม และ แมกนีเซียม 60มิลลิกรัม นอกจากนี้แล้วใบกระเจี๊ยบนำมาปรุงอาหารได้มีลักษณะคล้ายบีตรูต เป็นพืชที่กินได้ทุกส่วน ยังกินสดๆในสลัดได้อีกด้วย นี่คือสูตรน้ำกระเจี๊ยบแสนง่ายที่จะช่วยรักษาสุขภาพ คุณต้องมี… กระเจี๊ยบสด 2 ถ้วย ตัดส่วนปลายออกและใส่ไว้ในแก้วน้ำ แช่ทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนเช้าวันรุ่งขึ้น ดื่มน้ำกระเจี๊ยบก่อนมื้อเช้าครึ่งชั่วโมง

10 อันดับ นมที่ “กินแล้วสูงไว” อายุ 25 ปี ก็กินได้ ยี่ห้อไหนดีไปดูกันเลย

วันนี้มาเอาใจคนอยากสูงกันหน่อยคะ บอกเลยว่าบางคนนั้นความสูงถือเป็นความใฝ่ฝันเลยใช่ไหมละคะซึ่งครลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากอยากสูงก็ต้องทานนมซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามาก แต่ว่าวันนี้เราจะมาแนะนำกันว่า มีนมยี่ห้อไหนบ้างที่ทำให้เราสูงได้คะ อันดับที่ 10 แอนลีนโกลด์ แอนลีน โกลด์ โบนซ์แอคทีฟสูตรเฉพาะที่ได้วิจัยและพัฒนาไปอีกขั้น มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและกระดูกแคลเซียมสูง 60% Thai RDI มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกที่แข็งแรงวิตามินดีสูง 50% Thai RDI ช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสฟอสฟอรัสสูง เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟันมีแมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟันเป็นแหล่งโปรตีน จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย มีวิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นและช่วยเสริมสร้างเยื่อบุต่างของร่างกาย ผสมชาขาว กล่องใหญ่ อันดับที่ 9 นมเมจิ ผลิตจากน้ำนมโคแท้คุณภาพเยี่ยม 100% รสชาติอร่อย เข้มข้น หอมมัน และอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายจากธรรมชาติ อาทิเช่น โปรตีน, แคลเซียม, และวิตามินบี 2 มั่นใจคุณภาพด้วยแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ตลาดนมพาสเจอร์ไรส์ ข้อมูล ประโยชน์ อันดับที่ 8 ดัชมิลล์selected ดัชมิลล์selected ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมนมไทยระดับพรีเมียม ที่จะต้องเริ่มต้นจากการคัดสรรเฉพาะน้ำนมดิบคุณภาพสูงที่มีองค์ประกอบดีเหนือเกณฑ์มาตรฐานจากฟาร์มโคนมที่มีคุณภาพสูงเท่านั้นาพร้อมวิตามินบี 12 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองสูงถึง 50% วิตามินบี 2

นักวิชาการเตือน! กระติกน้ำแข็ง ใส่ “ข้าวเหนียว” หรือของร้อน ระวังอันตรายจากสารเคมี

หลายคนที่ชอบทานส้มตำหรือไปตามร้านที่อาหารตามสั่งจะเห็นได้ว่าบ้างร้านนั้นก็ใช้ กระติกขนาดใหญ่ในการใส่ข้าวใช่ไหมละคะเพื่อรักษาความร้อนของข้าวเอาไว้ มีคำเตือนจากนักวิชาการว่า นี่อาจสะสมเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทีมข่าวทรูโฟร์ยู ลงพื้นที่สำรวจตลาดย่านพัฒนาการ พบร้านค้าที่นำเอากระติกน้ำพลาสติกสำหรับใส่น้ำเย็น หรือน้ำแข็ง มาใช้ใส่ข้าวร้อน ก่อนตักขายให้ผู้บริโภค อย่างแม่ค้าขายไก่ทอดร้านนี้ บอกว่า ใช้กระติกน้ำพลาสติกบรรจุข้าวเหนียวก่อนตักขาย เพราะเห็นว่าเก็บความร้อน รักษาอุณหภูมิได้ดี ขณะที่ รองศาสตราจารย์ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ไม่เห็นด้วย ที่ร้านอาหารตามสั่งต่างๆ นำกระติกน้ำเย็นมาใส่ข้าวสวยร้อน และข้าวเหนียวร้อน แม้จะมีผ้าขาวบางรองอยู่ ก็ไม่สามารถป้องกันสารเคมีในพลาสติกได้ ซึ่งสารที่ผู้บริโภคจะได้รับเข้าไปนั้น มาจากตัวพลาสติกเอง และสารประกอบอื่น เช่น สีย้อมที่มากับตัวพลาสติกและไม่เพียงกระติกพลาสติกบรรจุข้าวร้อนๆ แต่ยังมีคำเตือนถึงภาชนะพลาสติกราคาถูก ไม่ควรนำมาใช้ใส่อาหารร้อน หรือ ใส่ไมโครเวฟ เพราะไม่ได้มาตรฐาน ล่าสุด สคบ.เตรียมออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ให้กระติกน้ำพลาสติกเป็นสินค้าควบคุมฉลาก หลังจากตรวจพบร้านขายอาหารตามสั่ง และร้านส้มตำอาหารอีสานหลายแห่ง มักใช้กระติกน้ำพลาสติกใส่ของร้อน ชมคลิป เป็นอย่างไรกันบ้างคะ รู้อย่างนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงไว้นะคะ จะได้ไม่เป็นอะไรต่อร่างกายของเราคะ

อยากมีบ้าน แต่ไม่รู้จะเริ่มกู้ยังไงให้ผ่าน ต้องอ่าน! “สูตรกู้ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย”

ใครหลายคนคงจะวาดฝันว่าการมีบ้านของตัวเองนั้นเป็นเรื่งประเสริฐสุดใช่ไหมละคะ แต่เดียวนี้ต้องคิดหนักกันหน่อยละคะเพราะจะมีบ้านสักหลังหนึ่งนี่นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเดินเอกสารมากมาย ถึงจะได้มาอยู่ในบ้านสักหลัง ..แต่ในวิกฤตก็มักจะมีโอกาสเสมอ เมื่อเร็วๆ นี้ มีปรากฏการณ์สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เชิญผู้บริหารสถาบันการเงินรายใหญ่ 3 แบงก์ มี ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กสิกรไทย ธ.กรุงเทพ รับบทติวเตอร์สอนเทคนิค “กู้ซื้อบ้านยังไงให้ผ่าน” กิจกรรมแบบนี้ ถ้าเศรษฐกิจไม่เดี้ยงแทบไม่มีโอกาสได้เห็นกันง่ายๆ ตัวการคือยอดปฏิเสธสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อบ้านราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท สูงถึง 40-45% ส่วนสินเชื่อกลุ่มบ้านราคาสูงเกิน 1.5 ล้านบาทขึ้นไปอยู่ที่ 20-25% เรื่องของเรื่องเป็นเพราะมีสารพัดปัจจัยลบ ตัวแรกเลยคือหนี้สินรถคันแรกที่ยังตามหลอกหลอนจนถึงสิ้นปี 2559 ตัวต่อมาคือหนี้ครัวเรือน สถิติทั้งประเทศสูงปรี๊ดถึง 81.50% สาเหตุที่ปัจจัยลบ 2 ตัวนี้สำคัญเพราะเวลาพิจารณาปล่อยสินเชื่อบ้าน นายแบงก์ทั้งหลายมีหลักเกณฑ์ตายตัวข้อหนึ่งคือรายได้ผู้กู้ 100% คำนวณแล้วหนี้ทุกตัวที่มี (รวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน) จะต้องเป็นภาระจ่ายหนี้ไม่เกิน 50-80% ของรายได้ ตัวอย่างเช่น รายได้ 100 บาท จ่ายหนี้รถคันแรก 30 บาท หนี้ครัวเรือน (บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ฯลฯ)

แพทย์การันตี! “กล้วยน้ำว้า” สรรพคุณป้องกันและบรรเทาโรคได้ดีที่สุด แค่กินให้ถูกต้องตามนี้

กล้วยมักจะเป็นผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไทยเลยใช่ไหมละคะ แถมอร่อยอิ่มท้องได้ในราคาถูกสารอาหารก็เยอะอีกต่างหากซึ่งบอกได้เลยว่ากล้วยเป็นหนึ่งในอาหารชั้นยอดจริงๆ ซึ่งในตำราการแพทย์แผนไทย ระบุสรรพคุณของกล้วยหลายประการ เช่น รักษาโรคริดสีดวงทวาร สำหรับผู้ที่เริ่มเป็นริดสีดวง ควรรับประทานกล้วยหอมสุกเป็นประจำทุกๆ เช้า วันละ 1-2 ผล กล้วยจะช่วยทำให้อุจจาระไม่แข็ง จึงไม่กระทบกับริดสีดวงเมื่อขับถ่าย กล้วย ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ให้นำเปลือกกล้วยหอมสดมาต้มน้ำ แล้วกรองเอาแต่น้ำไปดื่ม จะช่วยลดความดันโลหิตได้ หรือแม้แต่การรับประทานผลกล้วยสุกเป็นประจำก็ช่วยป้องกันรักษาโรคความดันเลือดสูงได้เช่นกัน กล้วยช่วยระงับกลิ่นปาก สำหรับผู้ที่มีกลิ่นปากแรง โดยที่ไม่ได้มีปัญหามาจากฟันผุ สามารถกำจัดกลิ่นได้ โดยรับประทานกล้วยสุกในตอนเช้าสัก 6-7 ลูก แล้วค่อยแปรงฟัน จะเป็นกล้วยชนิดใดก็ได้ ขอให้เป็นกล้วยสุกที่ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ ไม่ว่าจะต้ม ทอด ปิ้ง เมื่อกินติดต่อกันสัก 7 วัน ก็จะเริ่มเห็นผล หนังสือ The New England Journal of Medicine ระบุว่า ผู้ที่กินกล้วยเป็นประจำ จะลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40% นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าในกล้วยมีโปรตีนที่มีชื่อว่า เทปโตแพน (trytophan) เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะแปรเปลี่ยนโปรตีนดังกล่าวเป็น

ไม่ท้อแท้ยอมแพ้โชคชะตา! 2ผัวเมียพิการโปลิโอเดินไม่ได้ ไม่ยอมแพ้โชคชะตา สานสุ่มไก่หารายได้ ส่งลูกเรียนจนจบปริญญา

บอกเลยว่าแม้คนเรานั้นชีวิตจะเกิดมามีไม่เท่ากัน แต่ทว่าหากมีความพยายามทุกอย่างก็ไม่เคยแพ้ใคร ซึ่งวันนี้เราอยากจะพาทุกท่านไปชมชีวิตของครอบครัวๆหนึ่งกับคะ ซึ่งนี้มีคู่สามีภรรยาที่ป่วยเป็นผู้พิการด้วยโรคโปลิโอมาตั้งแต่เด็ก โดยผู้เป็นสามีพิการขาทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถเดินได้ แต่สู้ชีวิตด้วยการคลานด้วยมือ 2 ข้าง และได้ยึดอาชีพการจักรสานสุ่มไก่ส่งขาย โดยเฉพาะในจังหวัดตรังมีนักเลงไก่ชนได้สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมากทั้งปี และตัวภรรยาพิการขาข้างซ้ายยึดอาชีพเร่ขายลูกชิ้นทอดตามสถานที่ต่าง ๆ และปีนี้ตัวภรรยาเคยได้รับรางวัลคนพิการดีเด่น ปี 2561 จากจังหวัดอีกด้วย จากการบอกเล่าของเพื่อนบ้านทั้งคู่จะเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้าน เพราะถึงแม้ว่าร่างกายจะพิการเรื่องงานสังคม การช่วยเหลือเพื่อนบ้านก็อาสาทำได้หมด แม้กระทั่งการปูกระเบื้องหลังคาบ้านก็สามารถปีนขึ้นไปมุงหลังคาเหมือนคนปกติธรรมดา นายสุนันทร์ หรือ อั้น สามัญ อายุ 48 ปี และนางหนูภา ชัยเพชร อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาผู้ป่วยด้วยโรคโปลิโอจนพิการช่วงล่าง กำลังง่วนอยู่กับการจักรสานสุ่มไก่ พี่อั้นอธิบายถึงวิธีการสานสุ่มไก่ว่า ต้องเลือกไม้ไผ่สีสุกที่ไม่อ่อนไม่แก่ หรือที่เรียกว่า ดีเหม้า อายุประมาณ 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี ด้วยคุณสมบัติของไผ่สีสุกมีความหอม มีความเหนียว มีความอ่อนตัวอยู่ในตัวของไผ่อยู่แล้ว ซึ่งทั้งนี้การเลือกอาจจะอยู่ที่ความชำนาญของแต่ละคนด้วย สำหรับไม้ไผ่นั้นตนเองไปจ้างเขาตัดให้จากนั้นตนเองก็ขับรถซาเล้งไปขนกลับมาที่บ้าน

เมล็ดพันธุ์ มรดกแห่งชีวิต ทำไมต้องเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ? โดย โจน จันได

ปัจจุบันอาหาร..อาจเป็นแค่อะไรก็ได้ที่กินแล้วอร่อย... ซึ่งบางคนนั้นแทบไม่สนคุณค่าของมันว่ามันดีแค่ไหน ถ้าใครคิดอย่างนั้นเราอยากให้ทุกท่านลองมาอ่าน ความคิดของคุณโจนจันได ที่จะให้ความรู้แค่คำตอบในเรื่องของอาหารกันอินทรีย์ที่มีคุณประโยชน์แต่คุณค่านั้นกลับทดทอยลง ปัญหาของเมล็ดพันธุ์คืออะไร ผมเห็นปัญหาหลักๆ อยู่ 3 ปัญหา หนึ่ง คือการสูญหายไปของเมล็ดพันธุ์แท้ สอง พันธุ์ถูกพัฒนาให้อ่อนแอลง สาม อาหารของมนุษย์ไม่ปลอดภัยเพราะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น ผมคิดว่า 3 อย่างนี้อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้ ความสำคัญของการเก็บเมล็ดพันธุ์ และความมั่นคงทางอาหาร คุณโจน จันได ได้กล่าวไว้ว่า “เมล็ดพันธุ์คืออาหาร อาหารคือชีวิต ไม่มีอาหารก็ไม่มีชีวิต เมล็ดพันธุ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างแยกกันไม่ได้ หากเมล็ดพันธุ์หายไป ชีวิตเราก็จะแย่ลง” พันพรรณศูนย์เรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ คือแนวทางการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรสามารถทำได้เอง ด้วยการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาด้วยตนเอง โดยผลของการพัฒนาด้วยวิธีการที่ไม่พึ่งพาการดัดแปลงพันธุกรรม คือความหลากหลายของสายพันธุ์เนื่องจากแต่ละคนพัฒนาเมล็ดพันธุ์ออกมาได้แตกต่างกัน ดังที่พันพรรณได้เผยแพร่อบรมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น แสดงให้เห็นว่าไม่ยากเกินไป ต่างจากที่บริษัทสามารถทำได้เพียงไม่กี่พันธุ์ และปัจจุบันเมล็ดพันธุ์มีราคาสูงมาก การมีเมล็ดพันธุ์จึงช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล และการหายไปหรือการผูกขาดของเมล็ดพันธุ์นั้นเชื่อมโยงกับสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร “พืชแต่ละพันธุ์จะมีการทนทานโรคระบาด ฝนแล้ง สภาพอากาศอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อเน้นพัฒนาเพียงแค่สายพันธุ์เดียว เมื่อเผชิญกับวิกฤตอะไรสักอย่าง ก็จะจบ ความมั่นคงก็จะลดน้อยลง เมล็ดพันธุ์เป็นความมั่นคงของทุกชีวิตบนโลกใบนี้

พลิกชีวิต! จากคนที่เกือบบ้า-ติดเล่นพนัน สู่เกษตรกรดีเด่น มีรายได้หลักล้าน

ใครที่กำลังหมดหนทางหรือกำลังก้าวไปในทางที่ผิดนั้น บอกเลยว่า อยากให้ลองอ่านบทความนี้กันก่อนคะ ซึ่งบอกเลยว่่าเมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะได้อะไรๆอีกมากมายเลยละคะ “มันเป็นสิ่งวิเศษที่สุดในชีวิต จากคนที่ไม่มีแก่นสาระ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เล่นพนัน ใช้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆ ไม่มีเงินเก็บ พอเปลี่ยนมาทำเกษตรตามแนวคิดของในหลวง ร. 9 ตอนนี้มีเงินล้าน มีที่ 10 ไร่ คิวตารางบรรยายอบรมให้คนไทยและต่างชาติท่ีมาดูงานที่ไร่เต็มทุกเดือน” นั่นคือความรู้สึกแห่งความภูมิใจของ นางขนิษฐา มะโนสมบัติ หรือ ครูรุ่ง วัย 45 ปี อดีตครูบัญชีดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2558 ของ จ.เชียงราย เกษตรกรตัวอย่างที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช_มาใช้จนประสบความสำเร็จในอาชีพ มีเงินเป็นล้าน รายได้เดือนละ 5 หมื่นบาท ครูรุ่ง เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงเส้นทางชีวิตจากครูบัญชีอาสาหันมาทำเกษตรว่า เริ่มจากเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพังจากเงินของสามีที่ส่งมาจากต่างประเทศเดือนละ 3 หมื่น สามีรักและหวงมาก เพราะอดีตเป็นธิดาลิ้นจี่ของ อ.พญาเม็งราย จึงให้ทำหน้าที่เลี้ยงดูแลลูกอย่างเดียว พอลูกๆ ไปโรงเรียนก็เข้าบ่อน

3 คาถาบูชาพ่อแม่ สวดทุกวัน วันละ 1 นาที เทวดาจะอวยพร มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต

ใครที่อยากบูชาพ่อแม่ ลองมาอ่านบทสวดนี้กันดูคะ 1.อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ.. 2.มัยหัง มาตาปิตูนังวะปาเทสุ วันทามิ สาทะรัง (กราบ 1 ครั้ง) 3.อะนันตะคุณะ สัมปันนา ชะเนติชะนากา อุโภ มัยหัง มาตา ปิตูนังวะ ปาทา วันทามิ สาทะรัง หลังจากสวดบูชาแล้ว หากสะดวกก็ทำพิธีขออโหสิกรรมต่อเลยก็ได้ โดยให้เตรียมน้ำโรยดอกมะลิไปหนึ่งขัน แล้วพูดว่า ?กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โย โทโส อันว่าโทษใดความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอใหคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่

สสส. เตือนประชาชน น้ำต้ม “เดือดแล้วเดือดอีก” เป็นอันตราย!

หลายคนคงคิดว่า ความร้อนนั้น สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆได้ใช่ไหมละตะ ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ด้วยต่างๆ โดยเฉพาะน้ำยิ่งแล้วใหญ่บางคนก็ชอบต้มแล้วววต้มอีก ซึ่งนั้นบอกเลยว่าเป็นความอย้างมหัญเเลยละคะ เพราะว่าเมื่อเราใช้ความร้อนกับมันซ้ำๆโดยไม่เปลื่ยนน้ำ น้ำที่คิดว่าสะอาด จะกลายเป็นโทษกับร่างกายเราทันทีเลยละคะ เพราะ “น้ำ” ที่เราใช้ดื่มกินในปัจจุบัน มักผสมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ หลายชนิด หากมีการต้มจนเดือดแล้วเดือดอีกหลายๆ ครั้ง จะทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอตามทฤษฎีปกติอยู่แล้ว แต่ก็จะไม่ระเหยทั้งหมด ซึ่งในน้ำส่วนที่เหลืออยู่นั้น ก็จะมีปริมาณแร่ธาตุชนิดต่างๆ ที่ปะปนมาเหลืออยู่ในจำนวนที่เข้มข้นมากขึ้น และที่สำคัญจะหลงเหลืออยู่เกินมาตรฐานที่จะนำมาบริโภคได้ โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นขณะน้ำเดือดนานๆ นั้น ก็จะส่งผลให้ไอออนของ ซิลเวอร์ไนเตรท ที่มีอยู่ในน้ำ จะเปลี่ยนเป็น ซิลเวอร์ไนไตรท์ ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกาย ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกและทางเดินหายใจ อาจทำให้ปอดอาจถูกทำลายได้ รวมไปถึงดวงตา ประสาทและเลือด นอกจากนี้ยังรวมถึงแร่ธาตุอื่นๆ ก็จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะการระเหยของน้ำ ซึ่งอาจมากจนเกินขีดจำกัดความสามารถของร่างกาย ในการกำจัด ขับถ่ายออกมาเป็นของเสียได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้ระบุไว้ว่า ผู้ที่ชอบดื่มกาแฟ และผู้ที่ใช้กระติกน้ำร้อนพึงระวัง เพราะหากน้ำที่คุณใช้ต้มนั้นเป็นน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำบ่อ

หนุ่มโรงงานทิ้งเงินเดือน 5 หมื่น! กลับบ้านมาเป็นเกษตรกรบ้านนา ค้นหาความสุขที่แท้จริง

ใครที่กำลังเบื่องาน เบื่อการที่ต้องเป็นมนุษย์ออฟฟิต ทำงานอยู่แต่ในห้องแอร์ เลิกเป็นเวลา ทำราวกับหุ่นยนต์ บอกเลยว่ามาลองอ่านบทความนี้กันดูเลยคะ โลกโซเชียลพากันแชร์เรื่องราวของชาวหนุ่มคนหนึ่ง ที่ลาออกจากงานประจำ เงินเดือน5หมื่น เพื่อมาเป็นเกษตรกรบ้านนา โดยเขาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ไร่บีสิทธิ์ โดยระบุว่า… #ลาแล้วโรงงาน..ขอลาขาด วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของผมแล้ว หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนมา 17 ปี (เริ่มทำงาน อายุ 15 ) …หลังจากนี้ไปผมก็เปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเเล้ว..อายุผมตอนนี้ 32 ปี ผมว่ากำลังเหมาะที่จะได้กลับไปพัฒนาบ้านอยู่กับครอบครัว..ดูแลพ่อแม่ ที่อายุก็เริ่มมาก..สุขใจที่ได้กลับไปอยู่บ้าน..ถึงแม้ใครๆจะบอกว่าเสียดายเงินเดือนสี่ห้าหมื่นกว่าจะได้ไม่น่าออกn แต่ผมคิดดีแล้วว่า ถ้าไม่ออกตอนนี้จะให้ไปออกตอนอายุ 40-50 ก็คงมีแต่ใจ แรงคงหมดทำอะไรคงไม่ได้แล้ว ผมขอทำตามฝันตอนมีแรงหนุ่มดีกว่า .. ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆเพื่อนๆที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนและอยากกลับไปอยู่บ้าน..ให้วางแผนให้ดีๆเตรียมการเตรียมความพร้อมก่อนออกงานนะครับ..ขอให้ทุกคนโชคดีครับ. ปล.___ผมเตรียมความพร้อมมาแล้ว 4 ปีโดยใช้เงินเดือนที่เหลือจากใช้จ่ายแต่ละเดือน ส่งให้ที่บ้านดูแลให้ ..เริ่มแรกผมวางแผนและปลูกไม้ยืนต้น จากนั้นค่อยๆต่อยอดมาเรื่อยๆ..ก่อนออกงานผมก็หาตลาดและออเดอร์ไว้ พอออกงานก็ออกไปขายดีกว่าออกไปทำ นำเงินไปลงทุนอย่างเดียว(แบบนี้จะล้มเอา) ผมเดินทาง ไป-กลับ ระยอง-เลย ทุกเดือนตลอด2 ปีมานี้เพื่อเตรียมความพร้อม..#ออกไปขายและต่อยอดสิ่งที่ทำมา ….ผมออกงานครั้งนี้ ผมออกไปไม่ได้เอาทุนไปลงทำเกษตรแบบเริ่มต้น แต่ผมออกไปขายสินค้าผลผลิตที่มีออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งจอง ผมค้างส่งมาหลายเดือน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดขาย #ผมใช้หลักการ”ตลาดนำผลิต” ความคิดเห็นของชาวเน็ต เป็นอย่างไรบ้างคะ กับความคิดของชายผู้นี้ หวังว่าคงจะทำให้ใครหลายๆคนคิดว่าตัวเองจะทำอะไร หาหนทางหรือชีวิตที่ใช่ให้กับตัวเอง

10 สัญญาณอันตรายของคน “นอนดึก” อย่ามองข้าม ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน!

เชื่อว่าคนสมัยต่างทำงานกันอย่างหนัก เช่นเดียวกับเด็กหลายๆคน ที่โหมอ่านหนังสือ หรือการบ้าน อย่างหนัก ซึ่งบอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ใครหลายๆคนนั้น ต้องโหมร่างกาย นอนดึก ซึ่งบอกเลยว่าบางคนนั้นแทบจะไม่ได้นอนเลยก็ว่าได้ ซึ่งบอกเลยว่าทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านอนดึกมันไม่ดี แต่จะมีใครบ้างที่รู้โทษ ของมัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปโทษของการนอนดึกกันคะ ซึ่งบอกเลยว่าน่ากลัวกว่าที่ใครหลายๆคนคิด 1. อารมณ์ไม่ดี มีผลวิจัยว่าคนที่นอนเฉลี่ย 4.5 ชั่วโมงหลายๆ วันเป็นเวลา 1 อาทิตย์ จะทำให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวนได้มาก อาจจะเกิดภาวะเครียดและหงุดหงิดง่ายได้อีกด้วย 2. สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง การนอนหลับไม่เพียงพอ จะมีผลต่อกระบวนการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนให้ต่ำลง ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดต่ำลงด้วย 3. อ้วน คนที่นอนไม่พอมีเปอร์เซ็นต์จะน้ำหนักขึ้นเนื่องจากร่างกายจะอยากอาหาร หิวง่าย แถมยังกินอาหารไม่เป็นเวลา เพราะแบบนี้จึงเป็นสาเหตุของน้ำหนักเพิ่ม 4. ระบบการเรียนรู้ลดลง การนอนไม่เพียงพอส่งผลสมองไม่รับรู้ เรียนรู้อะไรได้ช้าลงได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเราควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเรียนรู้และจดจำของสมองให้มากขึ้นได้ 5. ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง การนอนไม่พอระยะยาวทำให้เราง่ายต่อการติดโรคเพราะกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย ทำงานอย่างไม่ปกติทั้งการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอ เพราะเหตุนี้ร่างกายจึงอ่อนแอ ติดโรคได้ง่าย โดยเฉพาะการเป็นหวัด 6. การตัดสินใจไม่เฉียบคม การง่วงก็เป็นหนึ่งอาการที่รบกวนจิตใจเวลาเราทำงานและการนอนไม่พอก็ทำให้เราประมวลผลความคิดได้ช้าลงีทำให้การตัดสินใจก็อาจจะผิดพลาดได้ และอาจจะมีผลต่อการทำงานของคุณอย่างมาก รวมถึงการควบคุมยานพาหนะอีกด้วย เพราะคนที่นอนไม่พอจะเสี่ยงต่อการหลับใน และมีการตอบสนองช้า 7. สายตาแย่ลง การนอนน้อยทำให้สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด หนังตากระตุก ประสิทธิภาพในการมองเห็นลดลง ยิ่งถ้าคนที่นอนน้อยติดกันหลายๆ

โร่ขอขมา! ร่างทรง ยกมือท่วมหัวขอขมา“พระมหาไพรวัลย์”ปากไวไป ด่าพระ “ขอข้าวชาวบ้านกิน”

กลายเป็นประเด็นร้อนไปเลยสำหรับข่าวของนักร่างทรงคนหนึ่งที่ออกมาว่าพระ ว่านั้นเดินขอข้าวชาวบ้านกิน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ชาวเน็ตหลายคนนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากกับคำพูดของชายคนนี้ จากกรณีมี่กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับเรื่องร่างทรงe“บอยคลองหนึ่ง” ผู้อ้างตัวเป็นร่างทรงพระพิฆเนศ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์อัมรินทร์ ทีวี โดยตั้งคำถามเเละตอบโต้ถึง พระมหาไพรวัลย์และล่าสุดนั้น พระมหาไพรวัลย์ ก็ได้ออกมาแชร์คลิปดังกล่าว ลงในเฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร พร้อมระบุข้อความแนบว่า… บิณฑบาตขอข้าวเขากินนี่ ด่ายันพระพุทธเจ้าเลยนะ ทำไมเป็นคนไม่รู้จักแยกแยะประเด็นอะไรเลย จะเปรียบเทียบก็ให้มันมีเหตุผลหน่อยสิ อย่างที่บอกการขออย่างคนทั่วไปกับการแอบอ้างและหลอกลวงว่า เป็นผู้วิเศษ เป็นเทพเป็นเจ้า มันไม่เหมือนกันนะ ทำไมโยงมั่ว ตั้งคำถามอย่างอื่นอาตมาไม่มีปัญหานะ เช่น พระบางรูปทำไมทำพิธีกรรมไสยศาสตร์ อวดอ้าง ปลุกเสก อะไรแบบนี้ ไม่มีปัญหาเลย แต่มาตั้งคำถามเปรียบเทียบเรื่อง ไม่ได้ขอข้าวใครกิน กับพระบิณฑบาต ขอข้าวข้างถนน อันนี้ใช้ไม่ได้ การบิณฑบาตเป็นอริยวงศ์ และพระพุทธเจ้าก็ให้พระเลี้ยงชีพด้วยวิธีนี้ ขอแบบไม่เอ่ยปากขอ ใครเขาให้ก็รับ ไม่ให้ก็สุดแล้วแต่เขา เอ่ยปากขอเพื่อตัวเองไม่ได้ผิดพระวินัย โยมบอยนี่อันธพาลมาก ลามปาม การขอโดยสุจริต กับการหลอกลวงเขากิน ไม่เหมือนกันนะ แยกแยะด้วย โดยในคลิปนั้น “บอยคลองหนึ่ง” ระบุว่า.. “ท่านเป็นพระ ท่านมาถามอย่างงั้นอย่างนี้