You are here
หน้าแรก > ร้อยเอ็ดวันนี้ > ดราม่าหนัก! ด่ายันพระพุทธเจ้า! ร่างทรงเปรียบเทียบแรง บิณฑบาตคือการขอข้าวชาวบ้านกิน

ดราม่าหนัก! ด่ายันพระพุทธเจ้า! ร่างทรงเปรียบเทียบแรง บิณฑบาตคือการขอข้าวชาวบ้านกิน

กลายเป็นเรื่องประเด็นร้อนในโลกโซเชียลจริงๆคพ ซึ่งบอกเลยตอนนี้ชาวโซเชียลตอนนี้กำลังให้ความสนใจกับกรณีที่ ร่างทรงคนหนึ่งซึ่งก็คือ บอยคลองหนึ่งอ้างตัวว่าตนเป็นร่างทรงพระพิฆเนศ ได้ให้มาออกความเห็นกับทางสถานีโทรทัศน์คะ

รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV รายงานบทสัมภาษณ์ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเทศน์นักคิด วัดสร้อยทอง เปิดเผยถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความกล่าวถึง นายบอย คลองหนึ่ง ร่างทรงพระพิฆเนศ เจ้าของตำหนักเทวาลัยบรมครู โดยข้อควาระบุว่า …

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า การที่นายบอย พูดพาดพิงถึงพระสงฆ์อย่างไม่มีเหตุผล ทำให้พระสงฆ์เสื่อมเสีย และได้รับผลกระทบ เช่น เรื่องพระบิณฑบาตเหมือนเดินขอข้าวกิน ซึ่งพระบิณฑบาตด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เอ่ยปากขอ และญาติโยมมาทำบุญใส่บาตร พวกเขาเหล่านั้นทำด้วยความสมัครใจ ต่างจากร่างทรงที่มีการอวดอ้างตัวว่าเป็นผู้วิเศษ

โดยข้อความที่โพสต์ไปนั้น ก็เพื่อต้องการให้สังคมได้เห็นในมุมกว้างว่ามีปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ๆ และในส่วนที่บอกว่าร่างทรงเป็นพวกมิจฉาชีพนั้น นายบอยจะมาหาว่าพูดปดผิดศีลข้อ 4 ได้อย่างไร ในเมื่อที่ผ่าน ๆ มาก็จะเห็นในหลายกรณีที่พบว่าร่างทรงทำพฤติกรรมไม่ดี อาทิ ร่างทรงปู่เสือที่ไปฉกทรัพย์วิ่งราวทอง ร่างทรงที่เคยบอกให้ญาติโยมทุบบ้านทิ้งเพื่อหาต้นตะเคียน

ด้าน นายบอย คลองหนึ่ง ร่างทรงพระพิฆเนศ ได้กล่าวในคลิปประมาณวา การที่พระมหาไพรวัลย์ กล่าวหาว่าตนเป็นมิจฉาชีพนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะเวลาเข้าทรง ตนไม่เคยเรียกค่าครู ตนจะทำพิธีให้ก่อน จากนั้นลูกศิษย์จึงจะให้ตามศรัทธา ตนไม่เคยมาบังคับว่าจะต้องให้เงินตน ตนไม่เคยไปเดินขอข้าวใครกิน ร่างทรงก็มีทั้งที่ดีคือร่างทรงที่ช่วยเหลือคน อยู่ในศีลธรรม และลูกศิษย์ที่มาหาประสบความสำเร็จ และไม่ดี ซึ่งคำพูดของพระมหาไพรวัลย์ ที่กล่าวหามานั้น เป็นการกระทำที่ผิดศีลข้อ 4 หรือไม่ เนื่องจากเป็นการพูดปด พูดให้ผู้อื่นเดือดร้อน

นอกจากนี้ยังมี ร่างทรงคนอื่นที่ออกมาให้ความคิดเห็น อย่าง ร่างทรงแม่ย่าศรีปทุมมา เปิดเผยต่อว่า ตนทรงเจ้ามาประมาณ 5-6 ปี แต่นาน ๆ จะลงที เพราะมีงานหลักคือรับเหมาก่อสร้าง และลงทรงจะต้องมีการจุดธูปและกล่าวคาถาเชิญแม่ย่ามาประทับร่าง ซึ่งหากเป็นปางเด็กก็จะมีผิวพรรณสดใสขึ้น หากเป็นปางแก่ก็จะพูดช้า ๆ เนิบ ๆ โดยตนเองทรงไม่เคยป่าวประกาศ จะมีลูกศิษย์มาก็มาจากการพูดกันปากต่อปาก สำนักตนจะต้องนำพานครู ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน บุหรี่ และเงินกำนัลอีก 99 บาท เพื่อนำไปทำบุญต่อ

ร่างทรงศิวะนารายณ์อวตาร เปิดเผยว่า ตนทรงเจ้ามานาน 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังทำงานหลักอยู่คือเป็นพนักงานบริษัท ซึ่งเหตุผลที่เทพมาลงทรงก็เพื่อต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทุกครั้งที่ทรงก็จะรู้เรื่องราวของคนที่มาขอให้ช่วยเลยโดยที่ไม่ต้องบอก เพราะมาจากพรพิเศษ แต่หากบางคนมีเจ้ากรรมนายเวรเยอะ ตนต้องจุดธูปก่อนเพื่อขอให้เจ้ากรรมนายเวรเปิดทางให้ สำนักตนมีค่าครู 12 บาท เพื่อนำไปทำบุญ

ความเห็นชาวเน็ต

ทั้งนี้ทุกอย่างก็ขึ้ยอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลกันด้วย ว่าเห็นอย่างไรกับข่าวนี้นะคะ หสัวส่าทุกท่านจะคิดพินิจ พิจารณาในการอ่านข่าวนะคะ

Similar Articles

Top