You are here
หน้าแรก > ร้อยเอ็ดวันนี้ > กรมอุตุฯ เตือน 4-7 มิ.ย. ดีเปรสชันลูกใหม่ ทำฝนตกหนัก กรมชลฯ ย้ำเตรียมรับมือน้ำท่วม

กรมอุตุฯ เตือน 4-7 มิ.ย. ดีเปรสชันลูกใหม่ ทำฝนตกหนัก กรมชลฯ ย้ำเตรียมรับมือน้ำท่วม

สถานีอุตุนิยมวิทยาสุโขทัย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้
กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น

โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน
และประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง
กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง อนึ่ง
พายุดีเปรสชันปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง

มีศูนย์กลางอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 250
กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือ
พายุนี้มีแนวโน้มว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นสู่เกาะไหหลำ
ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 5-7 มิ.ย. 61
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน
และประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทย มีฝนเพิ่มมากขึ้น

และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น
โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2
เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันจันทร์ ถึงเวลา 06.00 น. วันอังคาร

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25
องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25
กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์
สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด
32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี
และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก (ฝั่งอ่าวไทย) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40
ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด
33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ
1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งอันดามัน) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60
ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง
และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ระนอง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำอุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36
องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4-7 มิถุนายน 2561
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง
โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ขณะที่ กรมชลประทาน
ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ว่า วันที่ 4-7 มิถุนายน
ทั่วทุกภาคของประเทศ จะมีฝนตกหนัก และฝนตกเพิ่มขึ้น จึงมีการเน้นย้ำไปยัง
“โครงการชลประทาน” ทั่วประเทศให้ติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา
และสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยที่เกี่ยวข้อง
โดยเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบคโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์
เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
เพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับพายุดีเปรสชัน (Depression Storm)
คือพายุหมุนเขตร้อนประเภทหนึ่งที่มีความเร็วที่จุดศูนย์กลางไม่สูงมากนัก
ความเร็วลมไม่เกิน 61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีอำนาจการทำลายล้างไม่สูงมากนัก
โดยมีความเร็วน้อยกว่าพายุโซนร้อน ซึ่งมีความเร็วลมตั้งแต่ 62 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่ไม่เกิน 117 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและพายุไต้ฝุ่นที่มีความเร็วตั้งแต่
118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปพายุดีเปรสชันนั้นเป็นพายุหรือพายุฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดะ
เป็นพายุที่มีกำลังอ่อนที่สุดในบรรดาพายุที่มีชื่อเรียกทั้งหลาย
ความเร็วของลมใกล้บริเวณศูนย์กลางของดีเปรสชันไม่เกิน 33 น็อต หรือ 61
กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่สร้างอันตรายรุนแรงมากนัก แต่สามารถทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้ม
เสาไฟฟ้าหักโค่นและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหายได้

โดยทั่วไปจะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและสามารถตกหนัก
ลมกรรโชกแรงและทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
โดยทั่วไปแล้วพายุดีเปรสชั่นสามารถทำให้เกิดฝนตกหนักในระดับ 100 มิลลิเมตร ภายใน 12
ชั่วโมง และสามารถตกติดต่อกันได้หลายวัน
ดังนั้นเมื่อพายุพัดผ่านไปแล้วเรามักจะพบน้ำท่วม ดินถล่ม ดินภูเขาเกิดการสไลด์ตัว
ถนนขาด เป็นต้น

พายุดีเปรสชันนั้นถ้าเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่งแล้วก็มักจะสลายตัวได้ภายใน
1 สัปดาห์ แต่ถ้าเกิดในทะเลลึกหรือห่างชายฝั่งมาก
ผสมกับแรงกดอากาศที่แตกต่างกันหรือมีพายุขนาดเล็กอื่นๆอยู่ใกล้
จะสามารถก่อตัวให้ใหญ่ขึ้นและแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่นซึ่งมีความเร็วสูงกว่าและอำนาจทำลายล้างสูงมากกว่าได้ในที่สุด

Similar Articles

Top