You are here
หน้าแรก > เกษตรพอเพียง > ไข่ผำผักพื้นบ้าน ไม่ใช่วัชพืซ ประโยชน์เยอะมาก!

ไข่ผำผักพื้นบ้าน ไม่ใช่วัชพืซ ประโยชน์เยอะมาก!

ใครจะไปรู้ ว่าวัชพืซที่เราเห็นลอยอยู่ในน้ำนั้น…มันมีประโยชน์มากแค่ไหน ซึ่งจะมีมากยังไงนั้น เราต้องมาลองอ่านกันดูเลยคะ

ผำหรือไข่ผำ จัดอยู่ในกลุ่มแหนเป็ด (แหนแดง แหนเป็ดเล็ก แหนเป็ดใหญ่) ที่เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่สุดที่มีดอก พบได้ในเขตประเทศอบอุ่นทั่วโลก ทั้งเอเชีย และแอฟริกา ส่วนในประเทศไทยพบแพร่กระจายในทุกภาค ตามแหล่งน้ำนิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสระน้ำหรือบ่อน้ำขนาดเล็ก ซึ่งมักอยู่บนกับแหนเป็ดชนิดอื่นหรือลอยอาศัยที่ผิวน้ำเพียงชนิดเดียว

ลักษณะทั่วไป
ผำ/ไข่ผำ เป็นพืชไม่มีราก มีลักษณะลำต้นเป็นก้อนกลม สีเขียวขนาดเล็ก ขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ผำนี้ สามารถออกดอกเป็นช่อ แต่ดอกมีขนาดเล็กมาจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งประกอบด้วยดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่คนละดอก โดยไข่ผำมีส่วนด้านบนที่ลอยน้ำค่อนข้างแบน แต่ส่วนด้านล่างที่จมน้ำค่อนข้างหนา


ประโยชน์ผำ/ไข่ผำ
1. ไข่ผำในทุกภาคนิยมช้อนเก็บมาทำอาหาร เนื่องจาก อาทิ แกงไข่ผำ ไข่เจียวไข่ผำ ยำไข่ผำ เป็นต้น
2. ไข่ผำนำมาผัดให้สุก และตากแห้ง หรือนำมาตากให้แห้งก่อนนำมาผัดร่วมกับเกลือหรือเครื่องจิ้มที่ใช้สำหรับคลุกปะหน้าขนมขบเคี้ยว อาทิ แผ่นมันฝรั่งทอด ถั่วลิสงอบ เป็นต้น
3. ไข่ผำใช้เป็นส่วนประกอบของขนม อาทิ ขนมเกรียบกุ้ง เป็นต้น
4. ไข่ผำนำมาสกัดคลอโรฟิลล์สำหรับเป็นอาหารเสริม หรือหรือสกัดให้อยู่ในรูปของสารโซเดียมคอบเปอร์คลอโรฟิลลิน
3. ไข่ผำสดใช้เป็นอาหารเลี้ยงเป็ด และเลี้ยงสุกร รวมถึงโค และกระบือ ช่วยให้เกษตรลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารสัตว์ได้
4. ไข่ผำนำปล่อยในบ่อเลี้ยงปลาชนิดที่กินพืช อาทิ ปลานิล ปลาตะเพียน และปลาไน เป็นต้น เพื่อเป็นอาหารเสริมตามธรรมชาติให้แก่ปลา ทั้งนี้ จะปล่อยในปริมาณน้อย และต้องควบคุมปริมาณไม่ให้แพร่กระจายปกคลุมผิวน้ำ
5. ใช้ปล่อยในบ่อบำบัดน้ำเสียสำหรับลดค่าความสกปรกของน้ำ โดยเฉพาะสารไนโตรเจนที่เป็นแร่ธาตุสำคัญของการเติบโต และโลหะหนักชนิดต่างๆ

ทั้งนี้ การนำไข่ผำมาประกอบอาหารควรหลีกเลี่ยงการสด และให้ปรุงสุกผ่านความร้อนก่อน เพราะอาจมีการปนเปื้อนของตัวอ่อนพยาธิได้

คุณค่าทางโภชนาการไข่ผำ (ส่วนที่กินได้ 100 กรัม)
– น้ำ : 97.1 กรัม
– พลังงาน : 9 กิโลแคลอรี
– โปรตีน : 0.6 กรัม
– ไขมัน : 0.1 กรัม
– คาร์โบไฮเดรต : 1.5 กรัม
– ใยอาหาร : 0.3 กรัม
– เถ้า : 0.7 กรัม
– แคลเซียม : 59 มิลลิกรัม
– ฟอสฟอรัส : 25 มิลลิกรัม
– เหล็ก : 6.6 มิลลิกรัม
– วิตามิน A : 535 มิลลิกรัม
– ไทอะมีน (วิตามิน B1) : 0.03 มิลลิกรัม
– ไรโบฟลาวิน (วิตามิน B2) : 0.09 มิลลิกรัม
– ไนอะซีน (วิตามิน B3) : 0.4 มิลลิกรัม
– วิตามินซี : 11 มิลลิกรัม
อ้างอิง กองโภชนาการ กรมอนามัย, 2544. ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยในส่วนที่กินได้ 100 กรัม.

สรรพคุณผำ/ไข่ผำ
ผำ/ไข่ผำ ถือได้ว่าเป็นพืชที่มีแคลเซียม วิตามิน A และคลอโรฟิลล์สูง มีสรรพคุณในด้านต่างๆ อาทิ
– ช่วยเสริมสร้างกระดูก
– ป้องกันกระดูกพรุน
– ช่วยบำรุงระบบประสาท
– ช่วยบำรุงสายตา
– ช่วยบำรุงผิวพรรณ
– ช่วยย่อยอาหาร
– ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
– ป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร

วิธีทำแกงไข่ผำ

เครื่องปรุง
ไข่ผำ หมู ปลาย่างหรือไก่ได้ทั้งนั้น พริกแห้ง หัวหอม กระเทียม ตะไคร้ ต้นหอม กะปิ ใบแมงลัก น้ำปลา น้ำปลาร้าต้ม ใบมะกรูด

1. ล้างไข่ผำ ใส่หม้อตั้งไฟ ใส่น้ำนิดหน่อย
2. ตำพริกแกง ประกอบด้วย พริกแห้ง หัวหอม กระเทียม ตะไคร้ กะปิ ใบมะกรูด โขลกให้ละเอียด
3. หั่นหมูเป็นชิ้นพองาม พอน้ำต้มไข่ผำเดือดค่อยใส่หมู พริกแกง เติมน้ำปลา น้ำปลาร้าต้ม ปรุงรสตามชอบ ก่อนยกลงใส่ต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ เด็ดใบแมงลักใส่ลงไปด้วย ถ้าเป็นเมนูแถวอุบลฯ เขาจะแกงไข่ผำใส่ปลาหลดย่าง วิธีการก็คล้ายกัน ประยุกต์ได้ตามชอบ


การเลี้ยงผำ/ไข่ผำ

ผำ ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติและเพิ่มปริมาณเอง โดยในช่วงฤดูฝนจะขยายพันธุ์ได้มาก การปลูกก็แค่นำต้น โดยเอามือขยุ้มไปปล่อยในน้ำนิ่งจะกระจายพันธุ์ในเวลาไม่ช้า โดยไม่ต้องการการดูแลเหมือนพืชชนิดอื่น ปลูกในอ่างบัวหรืออ่างดินมีน้ำสะอาดๆ สามารถช้อนขึ้นไปปรุงเป็นอาหารได้

ผำ/ไข่ผำ โดยทั่วไปเป็นพืชที่ไม่นิยมเลี้ยงกัน เพราะสามารถหาเก็บได้ตามแหล่งน้ำขังตามธรรมชาติ อีกทั้ง หากเลี้ยงจำเป็นต้องเลี้ยงในบ่อ ซึ่งทำให้เสียพื้นที่บ่อในการทำอาชีพอย่างอื่นที่มีรายได้ดีกว่า โดยเฉพาะการเลี้ยงปลา แต่หากปล่อยเลี้ยงในบ่อเลี้ยงปลา ก็ไม่นิยมเช่นกัน เพราะผำจะแพร่กระจายปกคลุมหน้าผิวน้ำจนทั่ว ทำให้น้ำมีออกซิเจนต่ำ และขัดขวางการหายใจของปลาในบ่อได้

แต่หากมีการเลี้ยงก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยพบการศึกษาทดลองเลี้ยงไข่ผำในเวลา 9 เดือน โดยไม่ใส่ปุ๋ย พบว่า สามารถให้ไข่ผำสดได้ถึง 42 ตัน/ไร่


การเพาะเลี้ยง

ขุดบ่อดินขนาดความลึกประมาณ 1 เมตร กว้าง 1 เมตรและยาวประมาณ 4 เมตร นำพลาสติกสีดำรองพื้นในบ่อ เพื่อป้องกันมิให้น้ำซึมออก ใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือปุ๋ยคอก 20 กิโลกรัม ตามขนาดของบ่อ เติมจุลินทรีย์ประมาณ 0.5 ลิตร ปล่อยน้ำเข้าบ่อให้เต็ม แล้วนำพันธุ์ไข่น้ำใส่ลงไป ประมาณ 7 วัน จะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว สามารถเก็บไปจำหน่ายหรือรับประทานได้

Similar Articles

Top