You are here
หน้าแรก > ข่าวทั่วไป > น้ำตาไหล!! วินาทีหนุ่มพิการรับพระราชทานปริญญาบัตรจาก”สมเด็จพระเทพฯ” เผยกว่าจะมีวันนี้้้ต้องสู้มากกว่าคนอื่น(รายละเอียด)

น้ำตาไหล!! วินาทีหนุ่มพิการรับพระราชทานปริญญาบัตรจาก”สมเด็จพระเทพฯ” เผยกว่าจะมีวันนี้้้ต้องสู้มากกว่าคนอื่น(รายละเอียด)

 

เมื่อวันพุธที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๔๑ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ – ๒๕๕๙ เป็นวันที่สาม ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร…

ในการนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า “ความเจริญก้าวหน้าของชาติบ้านเมิองนั้น เกิดขึ้นได้ด้วยอาศัยความรู้เป็นรากฐานสำคัญ ที่ว่าเป็นรากฐานก็เพราะความรู้เป็นปัจจัย หรืออุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่สุด ที่คนเราจะนำไปใช้สำหรับปฏิบัติงาน และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ตลอดจนปรับปรุงพัฒนางานให้ดีขึ้นเจริญขึ้นอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ ทุกประเทศจึงจำเป็นต้องมีผู้ทรงความรู้ ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้ามั่นคง บัณฑิตทั้งหลายสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาแล้ว ย่อมจะมีความรู้ในสาขาวิชาที่ได้ศึกษามาเป็นอย่างดี และเชื่อว่าแต่ละคนก็มีความตั้งใจที่จะทำงาน
เพื่อชาติบ้านเมืองอยู่เต็มเปี่ยม จึงขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันให้พรักพร้อม ที่จะนำความรู้ที่มีอยู่มาปฏิบัติใช้ให้ประสานสอดคล้องกัน เพื่อให้งานทุกอย่าง ทุกด้าน ทุกสาขาของบ้านเมืองดำเนิน รุดหน้าไปด้วยความราบรื่น และบังเกิดผลเป็นประโยชน์อันยั่งยืนแท้จริง”

 

 

และต่อมาในวันเดียวกันนั้น ได้มีผู้ใช้งานพันทิป “หมายเลขสมาชิก 3824982” เรื่องราวของ “คุณอนุสรณ์”ชายผู้เป็นตัวอย่างแห่งความพยายามของใครหลายคน โดยมีเนื้อหา และภาพดังต่อไปนี้…

เราทุกคนล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในทุกๆเรื่อง และสิ่งที่มาคู่กัน คืออุปสรรค์ที่เราต้องฝ่าฟัน บางคนยอมถอดใจตั้งแต่เจออุปสรรค์แรก แต่หลายคนก็ฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนถึงเส้นชัยแห่งความสำเร็จ เหมือนดั่ง นายอนุสรณ์ วงศ์อ๊อด บัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ชายผู้เป็นตัวอย่างแห่งความพยายามของใครหลายคน ผู้ที่ไร้ขาทั้งสองข้าง ไม่มีแขนขวา และมีแขนซ้ายเกือบถึงข้อมือเท่านั้น …

 

“อนุสรณ์” เริ่มต้นเรียนรามคำแหงด้วยระบบ Pre-degree พร้อมๆกับเรียนชั้นม.ปลาย ในระบบการศึกษานอกโรงเรียน เพียรพยามจนสามารถเข้าเป็นนักศึกษาปริญญาตรีของม.รามคำแหง และเลือกเทียบโอนเข้ามาในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แล้วความพยายามก็เหมือนอ่อนล้อลง ในวันที่การเรียนปริญญาตรีกินเวลามากว่า 3 ปี อนุสรณ์ พบว่าตัวเองเก็บหน่วยกิตไปได้เพียง 17 หน่วย เขารู้สึกว่าตัวเองเลือกเส้นทางผิด สิ่งที่เขาเลือกตอนนี้อาจไม่ใช่ความถนัดของเขา…

.

“ผมเรียนการศึกษานอกระบบมาตั้งระดับประถม เริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นอยู่หลายปี แต่ก็ตระหนักได้ว่าการศึกษาจำเป็นต่อเรามาก เมื่อคิดได้เช่นนี้ การเก็บหน่วยกิตจากกระบวน Pre-degree ของม.รามคำแหง น่าจะช่วยร่นระยะการเรียนของผมได้ แต่ผ่านไป 3 ปี ผมเก็บได้แค่ 17 หน่วยกิต ผมย้อนถามตัวเองว่านี่คือทางของเรามั้ย ทั้งท้อและหมดหวัง แต่พอนึกถึงคำพูดที่ว่า ไม่มีอะไรที่มนุษย์เราทำไม่ได้ ก็มีแรงผลักดันขึ้นมาอีกครั้ง”

.

คำพูดประโยคนั้นทำให้ “อนุสรณ์” มีความพยายามและมีความตั้งใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า พร้อมๆกับกำลังใจจากเพื่อน พี่สาว และอาจารย์ ทำให้ความท้อแท้ในตอนนั้น แปรเปลี่ยนเป็นภูมิคุ้มกันความท้อถอย จากเรื่องที่คิดว่าทำไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัด กลายเป็นงานที่สร้างรายได้ระหว่างเรียน ซึ่ง “อนุสรณ์” ทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิกในคอมพิวพ์เตอร์ พร้อมๆกับตั้งใจเรียน มุ่งมั่น ทำตามเป้าหมายอย่างสุดความสามารถ
“ฉันอยากเห็นนายใส่ชุดครุย”

.

คำพูดสั้นๆ และกำลังใจที่คอยอยู่เคียงข้าง จาก อาจารย์อัณณ์นุพันธ์ รอดทุกข์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ เป็นจริงแล้วในวันนี้ ความพยายามตลอดทั้ง 6 ปี การีนตีด้วยชุดครุยสีส้มเหลืองที่กำลังสวมใส่ และแม้ชุดนี้จะสั้นกว่าของเพื่อน ไม่ได้ต่อแถวเข้าห้องประชุมกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่สิ่งทุกคนมองเห็น ก็คือความตั้งใจและแรงแห่งความมุ่งมั่นที่เป็นเหมือนเส้นด้ายถักทออยู่บนชุดครุย สง่างาม ทรงคุณค่า ไม่แพ้คนไหนๆ
ขาที่ต่อขาเทียมแล้ว ยังสั้นกว่าคนอื่นเขา แขนสองข้างที่เคยหยิบจับในวันก่อนๆ ไม่ได้มีครบในวันนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา พิสูจน์ให้ได้เห็นว่าสิ่งที่ขาดหาย ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ต่อความสำเร็จ เพียงแค่ยอมรับและอยู่กับสิ่งที่เหลือ อยู่กับร่างกายที่ไม่เคยทรยศเรา อยู่กับหัวใจที่ยังเต้นในทุกวินาที และดีใจเหลือหลาย ที่วันนั้น … วันที่ชีวิตเหมือนอยู่ในจุดต่ำสุด ไม่เลือกที่จะหยุดลมหายใจ

ย้อนไปเมื่อ 17 ปีก่อน อุบัติเหตุจากรถไฟพรากอวัยวะที่สำคัญของเขาไป ทุกอย่างหยุดนิ่งและชีวิตกลับอยู่จุดที่เหมือนเริ่มใหม่ จากที่เคยมีก็หายไป แต่สิ่งที่ไม่เคยหายไปไหน คือกำลังใจและความพยายามที่มีอยู่ในใจเสมอมา ให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้าย สิ่งที่ปฎิบัติในทุกวันนี้คือความจริง มีพี่สาวคอยอยู่เคียงข้าง เป็นทั้งกำลังใจ และมือช่วยฉุดรั้งให้ลุกยืนอีกครั้ง
“ตอนช่วงอายุ 15-16 ปี ผมตกรถไฟ เสียขาและแขนอย่างไม่วันเอาคืนมาได้ ทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมท้อแท้และถอดใจกับหลายๆเรื่อง วูบหนึ่งเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่พอได้กำลังใจและคำพูดเตือนสติ ผมมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหา ทำให้ความท้อถอยในวันนั้น เป็นพลังให้ผมถึงวันนี้ พยายามฝึกฝนจนเป็นเคยชิน กลายเป็นความสามารถของผม และจะพัฒนาไปเรื่อยๆ”
“อนุสรณ์” ได้รับการดูแลจากม.รามคำแหง ด้วยทุนเรียนฟรีตลอดจนจบการศึกษา และความสามารถของเขา ยังคว้าทุนเรียนต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมๆกับช่วยงานวิจัยในคณะไปด้วย
ความสำเร็จที่เราทุกคนได้เห็น เราเองก็สามารถคว้ามาไว้ในมือได้ อนุสรณ์ ได้ฝากกำลังใจและให้ข้อคิดไว้ด้วยว่า “เราทุกคนมีสิ่งที่เหมือนกัน คือความตั้งใจ แต่อาจมีเหตุผลบางอย่างมาทำให้ความตั้งใจนั้นคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้จริงแล้ว ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป ทั้งเรื่องเรียนและการใช้ชีวิต ผมเชื่อว่าทุกคนประสบความสำเร็จได้ ถ้าตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำ”

ขอบคุณข้อมูลจาก https://pantip.com/topic/36589290
และรูปภาพจาก เฟสบุ๊คเพจ “เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn”

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top